วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
ชีวิต
หากวันนี้ลาลับจากโลกนี้ไป ผู้คนต่างโศกาและพูดถึง
หากวันนี้ลาลับจากหายจากผู้ชน ผู้คนต่างพูดถึงเมื่อห่างหาย
แล้วจากเป็นจากตาย ต่างกันเฉกเช่นใดเล่า
ทำไมมนุษย์เศร้าหมอง สิ่งที่พึงเกิดในทุกวัน
บ่วง พันธนาการที่ปิดล้อมในดวงจิต
สิ่งที่ผูกรัดแน่น ให้ไปแห่งไหน มิได้เลย
ยิ่งอยู่บนโลก ยิ่งสร้างบ่วงไว้รัดตึง
มีสิ่งใด อยากได้ แล้วไม่อยากได้เพิ่มพูนขึ้น
มีสิ่งไหน มีอยู่แล้ว ไม่อยากให้สูญหาย
มีสิ่งไหนที่จะไม่ทุกข์เหมื่อกลับกลาย
แล้วสิ่งใดที่มิเคยเปลี่ยนแปรเอย
ดูจับจิตเฝ้าคิด พึงสังวรณ์
ไม่พบสิ่งใด มิเศร้าหมอง
เรากังวลในบ่วง เพราะผูกรัด จากจิตยึด
จิตติดสุข เฝ้าคิดถึง มโนภาพ อันสวยงาม อย่างหลงใหล
จิตตมทุกข์ เฝ้ายึดติด สิ่งใดที่ขัดใจ อย่างจมปลัก
เราเกิดมา มีสิ่งใด ไม่เป็นบ่วง
ห่วงพี่น้อง พ่อแม่ คนที่รัก
ห่วงการงาน ภาระหน้าที่ ที่ต้องดู
ห่วงตัวเอง อนาคต ไม่รู้เลย
ห่วงทรัพย์สิน สมบัติ ผลัดกันชม
ห่วงภาพลักษณ์ สิ่งตม ในใจคน
ห่วงชื่อเสียง เกียรติใด ที่กล่าวถึง
ห่วงลูกรัก เติบใหญ่ จะเป็นใย
ห่วงว่าตนจากไป ผู้ใดจะเป็นอยู่เฉกเช่นไร
ห่วงจนลืม ว่า จากเป็น จากตายมิต่างกัน
พอตายจาก ลาลับโลก ก็สูญสิ้น
คนอันที่เป็นสุดที่รัก ที่เคยห่วง ก็อยู่ได้ด้วยตัวเอง
การงานก็มีคนรับช่วงต่อ
ไม่ว่าจักดีหรือแย่ ก็จักต้องเผชิญเอง
ไม่มีสิ่งใดอยู่ได้ ค้ำจุนโลก
มีแต่เกิดดับอยู่ทุกกาล
ที่แห่งนี้มีมนุษย์เกิดมากี่ชั่วกัลป์
จิตมนุษย์ก็ยั่งติดวนไปในวัฏสังสาร
เพราะติดบ่วงวนไปมาในจิตเอย
ติดรสรัก รสสัมผัส รสรับรู้
จนลืมดู ว่าสุดท้าย อะไรคือของจริง
วิวทัศน์สวยงามนัก ไปประจักษ์ยืนดู หลับตาก็หายไป
อร่อยนัก ชิมไปสุดทาง ก็หยุดที่คอ
ผู้คนสวยหล่อ ต้องตาตรึงใจ สุดท้ายก็ความตายอยู่เบื้องหน้า
สัมผัสที่ชอบ พอผละออก รสสัมผัสก็จักหาย
เสียงไพเราะ เสนาะหูนัก มันผ่านมาและผ่านไป
แล้วสิ่งใดที่ผู้คนหลงชอบนัก มันเปลี่ยนไปอยู่ชั่วกาล
มันแปรเปลี่ยน เหลือเพียงใจมโน ที่หลงติดในรสสุข
เฝ้าคนึงอยากมี อยากได้ เสพสุขอีก
จนหลงลืม ความตาย อยู่เบื้องหน้า
หลงลืมสิ่งผ่าน หายไป ทุกวินาที
กายหยาบนี้ แค่ร่างเพียงชั่วคร่าว
สะสมบุญ สะสมความดี ไว้เป็นนิจนิรันดร์เทอญ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น